posted on 25 Aug 2009 23:37 by horomelbourne in Memory
The Fool
เป็นไพ่ใบแรกของ ยิปซี แทนด้วยหมายเลข 0
โดย ถ้าแปลตามตัวของมันแล้วล่ะก็ ก็หมายถึงคนโง่ นั่นเอง
แต่การดู ยิปซีบ่อยครั้งที่ไม่สามารถเอาความหมายของไพ่โดดๆ มาทำนายได้
ทำให้ตรงจุดนี้ต้องอาศัยประสบการณ์เข้าช่วย พร้อมทั้งอ่านความหมายจากไพ่ข้างเคียงด้วย
ความหมายจริงๆ ของไพ่ ออกจะเป็นการ ออกไปค้นหา ผจญภัย ลองผิดลองถูก
การทำตามใจปราถนา ซะมากกว่า จะเป็นการแปลว่าคนโง่
หากเป็นเรื่องความรัก แล้วล่ะก็ ไพ่ใบนี้ก็สามารถสื่อความหมายได้ สองแบบ
แบบแรกคือ รักสนุก ไม่จริงจัง คบไปเรื่อยๆ ๆ
แบบนี้ไพ่รอบข้างจะออกมาสนับสนุนว่าคนนี้ไม่ได้ จริงจังกับเรื่องรอบตัว หรือ ความรักมาก
มักจะพบกับวัยเด็ก ๆ อายุ 15-20 ปี
แบบที่สอง คือ หนทางยังอีกยาวไกล ไม่เจอรักง่าย ๆ
จะมีก็แต่ นึกสนุก หรือเป็นเพื่อนกันเท่านั้น
คือไม่ได้ สนใจ เรื่องความรักเลยว่างั้นก็ได้
.........
การอ่านหน้าไพ่เองก็เป็น ส่วนนึง ที่ทำให้ อธิบายรายละเอียด ได้อย่าง ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ผมขอยกตัวอย่าง การทำนายที่ได้ทำนายเร็วๆ นี้ให้เห็นภาพกันนะครับ
ลูกค้าคนนี้เธอเป็นผู้หญิง หน้าตาน่ารักทีเดียว มาดูดวงกับผมและจับได้
เดอะฟูล ในตำแหน่ง ที่หนึ่งคือตำแหน่งของตัวเธอเองครับ
ผมจึงทายไปว่าเธอยังไม่มีแฟน เพราะ ว่าเธอไม่ได้ ซีเรียส กับเรื่องนี้มาก
เธอก็ยอมรับ เพราะว่าเธอหาคนที่เข้ากับเธอไม่ได้
พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าเธอเลี้ยงสัตว์เยอะ กลัวว่าคนที่ ไม่รักสัตว์เหมือนกับเธอ จะทนเธอไม่ได้
เพราะเธอรักสัตว์มาก ผมจึง เอ่ยปปาก ถามเธอว่า สัตว์ที่ว่านั่น คือ "สุนัขใช่ไหม"
เธอตกใจนิดหน่อย พร้อมทั้งตอบว่าใช่ เธอรักสุนัขมาก ถึงขนาดที่ว่า
ไปเจอสุนัขป่วย ของใครก็ไม่รู้ ก็พาไปหา สัตวแพทย์ทันทีเพราะนึกสงสาร
เธอก็ถามผมว่ารู้ได้ยังไง ผมจึงตอบกับเธอไปว่า ในไพ่ใบนี้เนี่ย มีรูปสุนัขอยู่ เห็นหรือเปล่า
อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญนะครับ หากหลายๆ คนยังไม่เชื่อเรื่องของไพ่ยิปซี ก็คงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไม
อาจจะต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ ...
สวัสดีครับ
posted on 21 Aug 2009 07:29 by horomelbourne in Idea
จะว่าไปแล้วเรืองการดูดวงทั้งหลาย ก็เรียกได้ ว่า จะ เป็น อะไรที่เข้าสู่กระแสเลือด ของคนไทยมานาน
จริงอยู่ที่ เรื่องแบบนี้ มักจะมีคนเชื่อ และ ไม่เชื่อ คนที่เชื่อนั้นก็ เรียกได้ว่า พบเจอประสบการณ์ที่ทำให้ต้องเชื่อเช่น ทายเนื้อคู่ ทายเรื่องลาภ ซึ่งหลังจากทำนายแล้ว ได้ สิ่งนั้นมาจริงๆ
ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น เหตุผลหลักๆ มีสองประการ
อย่างแรก คือ ไม่เชื่อ เพราะ ไม่รู้ .... หมายความว่า ไม่รู้ว่าเขาเอาหลักไหนมาคิด มีอะไรอ้างอิงไหม
ทายมั่วหรือเปล่า แล้ว กลุ่มคนที่ไม่เชื่อเหล่านี้ ก็มักจะพบเจอกับการดูดวงที่ ไม่แม่นยำเอาซะเลย
ยิ่งทำให้ไม่เชื่อเข้าไปใหญ่
อย่างที่สอง คือ ไม่เชื่อ เพราะ ไม่อยากยอมรับสิ่งที่เขาทำนายในเรื่องราวร้าย
เช่น หากเขาทำนายว่าคุณต้องเสียอะไรบางอย่างที่มีค่า ... หรือ อื่นๆ
คุณก็จะเริ่มไม่อยากยอมรับมันแล้วล่ะครับ ทั้งๆ ที่มันอาจจะเป็น แค่คำพูด ลอยๆ ออกมาจากปากเท่านั้น
....
ลองสังเกตุดูเรื่อง่ายๆ รอบตัวเราสักเรื่องดูละกันนะ เช่น
สมมติว่า เราไป โรงพยาบาล แล้ว มีหมอมาตรวจ แล้วบอกเราว่า "คุณเป็นมะเร็ง มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ..."
เราจะเชื่อไหม และ เราจะรู้สึกยังไง บ้าง
ในทางกลับกัน หากเราไปโรงพยาบาล แล้ว มีนางพยาบาลมาตรวจ แล้วบอกกับเราว่า "คุณเป็นมะเร็ง นะ มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ..."
เราจะเชื่อไหม และ เราจะรู้สึกยังไง บ้าง
ในอีกทางนึง หากเราไปโรงพยาบาล แล้ว มีเภสัชกรมาตรวจ แล้วบอกกับเราว่า "คุณเป็นมะเร็ง นะ มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ..."
เราจะเชื่อไหม และ เราจะรู้สึกยังไง บ้าง
จริงๆ แล้วบุคคลเหล่านี้ก็อยู่ในวงการ แพทย์ทั้งนั้น แต่ทำไม ล่ะ เมื่อนำเขาเหล่านั้น มาตรวจ เราจึงเชื่อหมอมากที่สุด ....
แต่เมื่อเชื่อแล้ว เราจะสามารถรับความรู้สึกกดดันนั้นได้ไหม
แต่แม้แต่หมอเอง แต่ละคนก็มีวิธีการวินิจฉัยโรค และ รักษาไม่เหมือนกัน
หากเป็นพยาบาล พูด เราคงไม่ซีเรียส เท่าไหร่ และอาจจะไม่เชื่อก็ได้
ยิ่งเป็นเภสัช พูด เรายังอยากฟัน ธงเลยว่าไม่ใช่แน่นอน เพราะหมอผิดประเภท ละล่ะ
.....
การดูดวงก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน
หากเรา ดูดวงกับหมอดู ที่แม่นยำในการทำนาย แบบนั้นๆ มันก็ทำให้เราได้รู้ได้เห็นอะไร จริงๆ
ได้เข้าใจ จริงๆ นี่คือความคิดของผม ที่ คิดว่า มันควรจะต้องเป็นแบบนี้ เพราะ จากที่เห็นตอนนี้
การดูดวง มีหลายศาสตร์ เหลือเกิน ซึ่งแต่ละศาสตร์ก็มีความแม่นยำในแบบของตัวเอง
เช่นเดียวกับ หมอ ที่มีการรักษาในหลายแขนงนั่นเอง
และนี่จึงเป็นที่มา ของการเขียนบล้อกของผม
ที่ จะนำความรู้และความเข้าใจในการดูดวง ที่เรียกได้ว่าแม่นยำในแต่ละแขนง
มาแจกแจงให้เห็น ถึงรายละเอียด กันเลยทีเดียว
พร้อมทั้งยกตัวอย่างดวงที่ผมได้ ดูกับตัวเอง ทั้งที่ เมืองไทย และ เมลเบิร์น นี้